ฉัน – ถ่า – รัก
ฉัน-ถ่า-รัก : เมื่อฉันทลักษณ์กลายเป็นการรอรัก
คำว่า "ถ่า" ในภาษาอีสานแปลว่า "รอ" เมื่ออ่านรวมกันจึงได้ความว่า "ฉันรอรัก" ชื่อเดียวกับหัวใจของเพลงทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้

กติกาของกลอน กับกติกาของหัวใจ
ฉันทลักษณ์คือกฎของการแต่งคำประพันธ์ไทย กลอนต้องมีจำนวนคำตามที่กำหนด สัมผัสต้องรับกันตามตำแหน่ง ส่วนโคลงก็ต้องวางคำเอกคำโทให้ถูกที่ คนแต่งจะเขียนตามใจทุกคำไม่ได้ ต้องรอจังหวะ รอคำที่ใช่ และรอให้เสียงคล้องจองกันพอดี
ความรักในเพลงชุดนี้ก็เป็นแบบนั้น หัวใจรู้ดีว่ารักใคร แต่ก็มีกติกาบางอย่างที่ข้ามไปไม่ได้ อาจเป็นระยะทาง ฐานะ ชะตา หรือความกล้าที่ยังไม่พอ จึงทำได้แค่เฝ้ามองและรอ เหมือนคำที่วางไว้ในวรรค รอคำสัมผัสจากอีกวรรคหนึ่ง
ใกล้แค่ทางเดินผ่าน แต่ไกลเกินจะบอก
กลอนในเพลงเล่าถึงคนที่ "เดินผ่านแทบทุกวัน" ไม่ได้อยู่ไกล แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีใครรักอยู่ นี่คือการรอรักในแบบที่เจ็บที่สุด เพราะไม่ใช่การรอคนที่จากไป แต่เป็นการรอทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกถูกเก็บไว้ในยิ้มหนึ่งครั้งและสายตาหนึ่งแวบ แค่นั้นก็สุขใจพอแล้ว
แม้จะเหน็บหนาว แต่ผู้รอก็ยังปลอบตัวเองว่ายังดีที่ "ยังมีใจ" การรอจึงไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นการเฝ้าดูแลหัวใจไว้ให้ใครสักคน แม้เขาจะไม่รู้ก็ตาม
หากความรักแม้ห่างไกลมีใครรู้
มีคนดูเฝ้าหัวใจอยู่ให้ห่วงหา
แม้เหน็บหนาวสุดหัวใจเกินพรรณา
แต่ยังดีที่รู้ว่า..ยังมีใจ
แต่หัวใจที่เฝ้ารักเธอคนนั้น
คนที่ฉันมั่นหมายว่า..คือใช่
คนเดินผ่านแทบทุกวันไม่ใช่ไกล
แต่ว่าเธอจะรู้ไหม ว่ารักกัน
จันทร์กับดาว ร่วมฟ้าเดียวกัน แต่ไม่เคยได้อยู่คู่กัน
บทโคลงในอัลบั้มใช้ภาพของ จันทร์และดาว อยู่บนฟ้าผืนเดียวกัน แต่เมื่อจันทร์เด่น ดาวก็จางหาย เมื่อดาวพราว จันทร์ก็ลับลา ภาพนี้สรุปความรักที่ "อยู่นิดเดียวยังยากคว้า" ได้ชัดที่สุด ความใกล้ไม่ได้แปลว่าจะได้ครอบครอง และความห่างก็ไม่ได้ทำให้เลิกรัก
การเลือกใช้ทั้ง กลอน และ โคลง ในงานชุดเดียวกันยิ่งทำให้ชื่อ "ฉัน-ถ่า-รัก" มีความหมายมากขึ้น เพราะแต่ละเพลงคือการรอรักที่ถูกเรียงร้อยตามกติกาของภาษา ความเศร้า ความหวัง และการตัดพ้อต่อชะตา ถูกจัดวางลงในจังหวะที่คนไทยคุ้นหู ฟังแล้วจึงทั้งไพเราะและเจ็บลึก
อันความรักอยากแท้สมหวัง
แม้อยู่นิดเดียวยังยาก..คว้า
คงเป็นเช่นเหมือนดังดาวห่วง จันทร์เอย
แม้อยู่ร่วมแผ่นฟ้ายากแท้สมกัน
รักหรือชังต่างตัดพ้อต่อชะตา
วาสนาหรือบุปเพหันหนี
แต่ที่รู้ความรู้สึกเท่าที่มี
ยิ้มเธอนี้สายตานั้นมันสุขใจ
แม้รู้ใจได้แค่เพ้อยามเจอเจ้า
แม้จะรู้ว่าสองเราต่างแค่ไหน
แม้รู้ตัวแต่ก็เกินจะห้ามใจ
แม้ไม่ใช่แต่ก็ใช่ใจต้องการ
เปรียบเหมือนจันทร์ฝากฟ้าห่างดาว
จันทร์เด่น ดาวถึงคราวห่างฟ้า
หากดาวเด่น แพรวพราวจันทร์ดับ ลับเอย
เป็นรักเกินไขว่คว้าแต่หว้าเวียนวน
เพลงของคนที่ยังรอ
ฉัน-ถ่า-รัก จึงเป็นมากกว่าการเล่นคำ มันคือคำสารภาพของคนที่รู้ทั้งรู้ว่า "สองเราต่างแค่ไหน" แต่ก็ห้ามใจไม่ได้ คนที่แม้ไม่ใช่ แต่ก็ยังใช่สำหรับหัวใจตัวเอง
ถ้าคุณเคยรักใครเงียบๆ เคยเฝ้ามองคนที่เดินผ่านทุกวัน หรือเคยรู้สึกว่าใครคนหนึ่งใกล้เหมือนอยู่บนฟ้าเดียวกันแต่ไกลเหมือนจันทร์กับดาว เพลงในอัลบั้มนี้อาจเป็นเสียงแทนใจที่คุณไม่เคยได้พูดออกไป
เพราะบางความรัก ทำได้แค่ ถ่า… ต่อไป
ทำไมสำรองข้อมูลมือถือถึงเหมือนทำประกันชีวิต
เรามักไม่คิดถึงมันจนกว่าเครื่องจะตกน้ำหรือเปิดไม่ติด รูปหลานๆ สูตรอาหารที่จดไว้ หรือเบอร์โ...
บันทึกสร้างศาลาพักใจในสวน กับบทกลอนถึงลมหนาว
บ่ายวันเสาร์ปลายเดือนพฤศจิกายน ลมระลอกแรกของฤดูหนาวเริ่มพัดผ่านยอดไผ่สีทองริมรั้วบ้าน เสีย...
เมื่อแปลงผักหลังบ้าน สอนให้เราใจเย็นลง
การปลูกผักไม่ได้ให้แค่ต้นคะน้าหรือพริกสด แต่มันบังคับให้เราหยุดวิ่งตามเข็มนาฬิกา ต้นกล้าไม...